Google Street View สำหรับธุรกิจคือการนำภาพ 360° ของภายในสถานที่ขึ้นไปอยู่บนโปรไฟล์ธุรกิจใน Google Maps ต่างจากการอัปรูปเองตรงที่ภาพถูกเชื่อมต่อกันจนเดินสำรวจได้ต่อเนื่อง และผ่านมาตรฐานคุณภาพของ Google ผลที่ได้คือโปรไฟล์ที่สมบูรณ์กว่าคู่แข่ง และลูกค้าที่รู้ว่ากำลังจะเจออะไรก่อนเดินเข้ามา
ลองนึกถึงตอนที่คุณหาร้านอาหารในย่านที่ไม่คุ้น สิ่งที่ทำคือเปิด Google Maps ดูสามสี่ร้าน ดูรูป ดูคะแนน แล้วเลือก ทั้งกระบวนการใช้เวลาไม่ถึงสองนาที
ในสองนาทีนั้น โปรไฟล์บน Google คือหน้าร้านของคุณ ไม่ใช่ป้ายจริงที่ติดอยู่หน้าตึก และร้านที่แพ้ในขั้นนี้จะไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเลย
0°ต่างจากการอัปรูปเองอย่างไร
เจ้าของธุรกิจหลายคนอัปรูปขึ้นโปรไฟล์เองอยู่แล้ว จึงสงสัยว่าทำไมต้องจ้างถ่าย คำตอบอยู่ที่สามเรื่อง
| เรื่อง | อัปเอง | ถ่ายโดยมืออาชีพ |
|---|---|---|
| รูปแบบ | ภาพเดี่ยว กระโดดไปมา | เดินต่อเนื่องทั้งร้าน |
| คุณภาพ | ขึ้นกับมือถือและแสงวันนั้น | สม่ำเสมอ ผ่านมาตรฐาน |
| ช่วงแสง | มืดหรือขาวโพลนบ่อย | เก็บช่วงแสงกว้างด้วย HDR |
| ความเป็นส่วนตัว | ต้องจัดการเอง | เบลอใบหน้าและทะเบียนให้ |
ข้อแรกสำคัญที่สุด — ความต่อเนื่อง ภาพเดี่ยวสิบใบให้ความรู้สึกเหมือนดูอัลบั้ม แต่ภาพที่เชื่อมกันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปจริง ซึ่งเป็นคนละประสบการณ์กันโดยสิ้นเชิง
ข้อที่สองเป็นเรื่องที่คนประเมินต่ำ — ร้านส่วนใหญ่มีหน้าต่างหรือประตูกระจก ทำให้ช่วงความสว่างระหว่างในร้านกับนอกร้านต่างกันมาก มือถือจัดการไม่ไหว ผลคือได้ภาพที่ในร้านมืดจนดูอึดอัด หรือหน้าต่างขาวโพลนจนไม่เห็นวิว เรื่องนี้เราอธิบายไว้ละเอียดใน บทความเรื่องความคมชัดระดับ HDR
60°ทำไมคนถึงกล้าเข้าร้านที่เคยเห็นข้างในแล้ว
มีความลังเลชนิดหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือ ความกลัวว่าจะเข้าไปแล้วไม่ใช่ที่ของเรา
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด
- ร้านอาหารที่ดูหรูจากภายนอก คนกังวลว่าจะแต่งตัวไม่เหมาะ
- ฟิตเนสที่ไม่รู้ว่าอุปกรณ์เก่าไหม คนเยอะไหม
- คลินิกที่ไม่รู้ว่าสะอาดแค่ไหน ห้องตรวจเป็นอย่างไร
- ร้านที่อยู่ชั้นบนของอาคาร ซึ่งต้องเดินขึ้นไปโดยไม่รู้ว่าเจออะไร
ความลังเลเหล่านี้ไม่ปรากฏในสถิติ เพราะคนที่ลังเลแล้วไม่เข้ามาไม่เคยกลายเป็นข้อมูลของคุณ เขาแค่เลือกร้านอื่นเงียบๆ
การเปิดให้เห็นข้างในลบความลังเลนั้นออกไป และผลข้างเคียงที่ดีคือ คนที่เข้ามาคือคนที่รู้แล้วว่าจะเจออะไร จึงพอใจง่ายกว่าและให้คะแนนรีวิวดีกว่า
ธุรกิจที่อยู่ในตำแหน่งหายาก เช่น ชั้น 2 ของตึกแถว ในซอยลึก หรือในอาคารสำนักงาน ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะอุปสรรคของธุรกิจกลุ่มนี้ไม่ใช่คุณภาพสินค้า แต่คือความไม่แน่ใจว่าเดินเข้าไปแล้วจะเจออะไร
120°ผลต่อการถูกค้นเจอในพื้นที่
Google ให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของโปรไฟล์ธุรกิจ ซึ่งรวมถึงข้อมูลติดต่อ เวลาทำการ หมวดหมู่ รีวิว และรูปภาพ
โปรไฟล์ที่มีภาพ 360° จึงสมบูรณ์กว่าโปรไฟล์ที่มีแต่ภาพนิ่ง และเมื่อผู้ค้นหาเปรียบเทียบร้านสามสี่ร้านในย่านเดียวกัน ร้านที่เดินเข้าไปดูได้ย่อมได้เปรียบ
ผลที่เกิดขึ้นมีสองแบบที่ต่างกัน
ผลตรง — คนดูโปรไฟล์นานขึ้น
การเดินสำรวจใช้เวลามากกว่าการเลื่อนดูภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าโปรไฟล์นี้ตอบสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการ
ผลทางอ้อม — ต่อยอดไปยังเว็บไซต์
ภาพชุดเดียวกันนำไปฝังในเว็บไซต์ของคุณเองได้ ทำให้ผู้เข้าชมเว็บอยู่บนหน้านานขึ้นด้วย เท่ากับได้ประโยชน์สองที่จากงานถ่ายครั้งเดียว
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ภาพ 360° ไม่ใช่ปุ่มวิเศษที่ทำให้ติดอันดับหนึ่ง มันเป็นหนึ่งในหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ทั้งความถูกต้องของข้อมูลธุรกิจ รีวิว และความสม่ำเสมอในการอัปเดต — งานภาพช่วยได้มาก แต่ไม่ได้แทนที่พื้นฐานเหล่านั้น
180°ธุรกิจแบบไหนคุ้มที่สุด
เกณฑ์ง่ายๆ มีสองข้อ — ลูกค้าต้องเข้ามาในสถานที่ และ ภายในต่างจากภายนอกอย่างมีนัยสำคัญ
ได้ผลมาก — ร้านอาหารและคาเฟ่ที่บรรยากาศเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า คลินิกและสถานพยาบาลที่ความสะอาดคือความน่าเชื่อถือ ฟิตเนสและสปาที่คนอยากรู้สภาพอุปกรณ์ โชว์รูมและร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องเห็นของจริง
ได้ผลน้อย — ธุรกิจที่ทำงานผ่านออนไลน์ทั้งหมด โรงงานที่ไม่มีลูกค้าเข้ามา หรือสำนักงานที่ลูกค้าไม่เคยมาเยือน กรณีหลังนี้ถ้าอยากทำทัวร์ ควรทำเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การตรวจงานระยะไกล ซึ่งมีเหตุผลคนละแบบ
240°เรื่องความเป็นส่วนตัวที่ต้องจัดการ
Google มีข้อกำหนดเรื่องการเบลอใบหน้าบุคคลและป้ายทะเบียนรถก่อนเผยแพร่ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่งานทุกชิ้นต้องผ่าน
แต่แนวปฏิบัติที่ดีกว่าการเบลอภายหลัง คือ วางแผนไม่ให้มีคนอยู่ในเฟรมตั้งแต่แรก ด้วยสองเหตุผล
- ภาพที่มีใบหน้าเบลอดูไม่เป็นมืออาชีพ และดึงความสนใจไปผิดที่
- ภาพที่มีคนจะเก่าเร็วกว่า เพราะทรงผม เสื้อผ้า และหน้าตาพนักงานเปลี่ยนไปตามเวลา
จุดที่มักหลุดและควรตรวจก่อนเผยแพร่ ได้แก่ เอกสารบนโต๊ะที่มีชื่อลูกค้า ป้ายชื่อพนักงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดข้อมูลอยู่ กระดานงานที่มีรายชื่อ และภาพถ่ายส่วนบุคคลที่ติดบนผนัง
สำหรับธุรกิจที่ให้บริการด้านสุขภาพหรือการเงิน ควรให้ผู้รับผิดชอบด้านข้อมูลส่วนบุคคลตรวจก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง เพราะข้อมูลของลูกค้าที่หลุดออกไปโดยไม่ตั้งใจอาจเข้าข่าย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
300°ขั้นตอนทำงานและสิ่งที่ต้องเตรียม
งานส่วนใหญ่จบภายในไม่กี่ชั่วโมงที่หน้างาน แต่การเตรียมตัวคือส่วนที่ตัดสินคุณภาพ
1. สำรวจและวางแผนจุดถ่าย — กำหนดเส้นทางเดินให้ผู้ชมเข้าใจผังร้านโดยไม่หลง
2. ถ่ายทำ — ร้านขนาดทั่วไปใช้เวลา 2-4 ชั่วโมง เลือกช่วงที่ลูกค้าน้อย
3. ประมวลผลและเบลอ — รวมภาพ ปรับแสง เบลอใบหน้าและทะเบียน
4. เชื่อมจุดและเผยแพร่ — ต่อจุดให้เดินได้ต่อเนื่อง แล้วส่งขึ้นโปรไฟล์ธุรกิจ
5. ส่งมอบ — พร้อมโค้ดสำหรับฝังในเว็บไซต์ของคุณเอง โดยทั่วไป 7-14 วัน
สิ่งที่ฝั่งเจ้าของต้องเตรียมมีไม่มาก แต่ทำแล้วต่างกันชัดเจน — จัดร้านให้อยู่ในสภาพวันที่ดีที่สุด เปิดไฟให้ครบทุกดวง เก็บกล่องสินค้าและของใช้ส่วนตัวออกจากมุมกล้อง และแจ้งพนักงานล่วงหน้าว่าจะมีการถ่ายทำ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน คู่มือเตรียมสถานที่ก่อนถ่าย Virtual Tour
ข้อดีอย่างหนึ่งของงานประเภทนี้คือ ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนกับ Google ภาพที่เผยแพร่แล้วอยู่บนโปรไฟล์ต่อไป ค่าใช้จ่ายเกิดเฉพาะตอนถ่ายและตอนที่ต้องการอัปเดตเมื่อร้านมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รีโนเวทหรือย้ายที่
ทั้งนี้ ข้อกำหนดและรายละเอียดของโปรแกรมฝั่ง Google มีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ หากต้องการความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขล่าสุด แนะนำให้ตรวจสอบกับเอกสารทางการของ Google หรือสอบถามเราได้โดยตรง